Angular 2 hands on

angular2

Past couple of weeks I work around with Angular 2 project, just past 2 week they announced for 3 release (2.0.0-rc.2, 2.0.0-rc.3 and today 2.0.0-rc.4 ) here is CHANGELOG.md

If someone want to starting with Angular 2 maybe you can watch this video on #io16 they talk about Angular 2 and it has a lot of features and tools

So I start with Angular CLI (scaffolding) and found it quite easy. but it come up with the question.

 

If I want to run this project it real world and need to separate deployment environment development and production. How I need to do?

 

After googling it, webpack can help you. webpack is module that have a lot of power to help building the project. for Angular project you can find here

webpack can set configuration to handle environment and build command. This way you can set scripting to separate environment on remote CI server.

Next, I want to create web application that support server/client render. What I need to do?

Check Angular Universal and come up with example universal-starter.

For me. If decide to using Angular 2 (today) You need to know and prepare for changes from angular team. It can cause impact with your codebase.

But I think if we know this. Just keep in mind, be careful when you design structure or design architecture on your application. It can help to avoid breaking application from the changes.

My starting project. angular2-starter and universal-starter available on github.

 

แอพโย่ว Yo!

วันก่อนเพื่อนแนะนำแอพโย่ว Yo มาลองใช้กัน มันเป็นแอพเหมือนส่งคำทักทายหากันไม่มีไรซับซ้อน โดยจะยิง push notification พร้อมเสียง โย่ว ไปหาเพื่อนที่เรา subscirbe ซึ่งกันและกัน คอนเซปมีแค่นี้

สุดท้ายติดกันงอมแงม เช้าเที่ยงเย็นโย่กันไม่หยุด ที่เป็นประเด็นตอนนี้ก็คือว่า ในกลุ่มเพื่อนผมนั้น ชอบสรรหาคำบ้าบอมาทักทายกันแบบคอนเซปแอพนี้อยู่เป็นประจำ และ(เคย)เกิดเป็นไอเดียว่าทำแอพแม่งดีกว่า แต่ก็คิดกันลอยๆ เลยเป็นสาเหตุที่ว่า ทำไมพวกกรูยังคงเล่นแอพนี้กัน

ทำไปทำมาแอพนี้ลึกซึ้งกว่าที่เห็น ผมเขาไปอ่านบทความจากมีเดี่ยม Yo Developers API โดยเปิดให้ชาวบ้านชาวเนตอย่างพวกเราเข้าไปขอโย่วได้ มันคิดได้ไกลกว่าที่เราเล่นกันอยู่ คือสามารถนำไปใช้ในแง่การตลาดได้เช่นกัน

เห็นอีกบทความนึงมี Post script ไปเรียก API โย่ว มาประยุกต์ใช้กับ Jenkins ตอนนี้ก็จ๊อบผมก็กลายเป็นบิ้วๆแอนด์โย่วๆ

Yo Developers API

Blackberry ไม่น่ารอด

Blackberry ไม่น่ารอด

ผมเพิ่งปิดโปรเจค Blackberry นึงไป ขนาดโปรเจคกลางๆ ซึ่งก็เป็นโปรเจคแรกของผมสำหรับการเขียนบน Blackberry ต้องพัฒนาสองส่วนคือ Server และ Mobile ประเมิณเวลาไปทั้งหมด 15 Working Days ผมว่าเรื่องท้าทายของโปรเจคนี้อยู่ที่ต้องทำ Blackberry Push ก็ระหว่างทำไปก็ไปได้สวย ผมเสร็จทั้งระบบยกเว้นฟีเจอร์ Push ใช้เวลาประมาณ 10 วัน แต่สุดท้ายจริงๆแล้วโปรเจคนี้ผม Failed เรื่อง Timeline เพราะผมไปงมกับเรื่อง Push อยู่ประมาณเกือบ 100 ชั่วโมง

Push ของ Blackberry นั้นมีอยู่สองโครงสร้างคือ BES และ BIS

  • BES หาชื่อเต็มเอาเองนะ ไว้สำหรับคนที่ต้องการ Push ใช้ในองค์กรใหญ่ๆ มีระบบการเชื่อมต่อแบบ Solution พวก Active Directory เพราะทาง RIM มี Tools ไว้สำหรับ Integrate กับพวกนี้ได้เลย ข้อมูลก็เก็บ SQL Server ส่วนใหญ่จะเป็น Microsoft Solution นะ อันนี้ติดตั้งยุ่งยากพอสมควร ผมถลำไปนิดนึง แต่ไม่ทั้งระบบ เพราะติด config window
  • BIS /BPS (เรียกได้สองชื่อ) อันนี้เป็น Push แบบทั่วๆไป รับส่ง mail, chat , text โปรแกรมดังๆก็ Whatsapp เป็นต้น ซึ่งงานผมต้องใช้อันนี้

สรุปงานของผมต้องใช้แค่ BIS แต่กว่าผมจะเข้าใจว่าต้องเลือก BIS ก็ซัดไปหลายชั่วโมงเหมือนกัน ระหว่างทางที่หา Solution อยู่นั้น ผมว่า resource ต่างๆไม่ค่อยเคลีย Developer ส่วนใหญ่คงเจอวิธีการแก้ปัญหาส่วนใหญ่บนดัง Stackoverflow แต่สำหรับ Blackberry มันไม่ใช่ ผมก็สมัครสมาชิก Blackberry Dev Forum ไว้ด้วย Activity ก็เดินน้อยมาก คำตอบก็ไม่ตรงเป้า เสียเวลาไปตรงนี้ซะเยอะ

ในขณะที่โค้ดผมยังไม่เวิคส่วนของ Push แต่จริงๆแล้วมันเวิคแล้ว (อันนี้มารู้ตอนบรรลุแล้ว) คือว่าเครื่องที่ผมเทส Curve 8520 ไม่มี Blackberry plan หรือพูดง่ายๆ ไม่มี packet net BB นั่นเอง ในการเชื่อมต่อกับ Push Server ของ Blackberry นั้นต้องผ่านการเขื่อมต่อแบบ BIS Connection ผมมาเจอคำตอบจาก Forum ในไทย

รูปนี้เองทำให้ผมรู้ซึ้งว่าผมต้องสมัคร Packet BB เพื่อลองโค้ดผม Blackberry ไม่น่ารอด

เสียตังเสร็จปุ๊ปบิ้วโค้ดใหม่รันป๊าป It’s work! 

ถือว่าเป็นประสบการณ์อันไม่ค่อยดีเรื่อง Timeline ในการทำงาน แต่ก็ดีสำหรับ Skill ที่ได้ เพราะรู้ลึกเรื่อง Push ได้เลยเพราะโปรเจคนี้ ส่วนตัวผมเลยมองว่าใครคิดจะ Develop แพลตฟอร์มนี้ ไม่น่ารอด เพราะ resource ไม่ค่อยเคลียเท่าไหร่ แต่ยังไงก็รอลุ้น BBX ตัวใหม่ว่า RIM จะรอดหรือไม่

คิดเล่นๆ

ภาพจาก http://infolabour.com/gallery/etc/slides/DSC_0525.htmlเวลาขับรถกลับจากทำงาน คิดว่าทุกคนคงเคยเจอคนขายพวงมาลัย แต่ไม่รู้ว่าทุกคนเห็นแล้วทุกคนคิดถึงอะไร ตอนแรกผมก็ไม่คิดอะไร แต่อยู่ๆอยู่ฉุกคิดขึ้นมาว่า คนขายพวงมาลัยตามแยกไฟแดง เค้ามีรายได้เท่าไหร่กันต่อ วัน พวงมาลัยพวกละ 10 บาท รถจอดติดไฟแดงก็ราวๆ 130 วิ ราวๆ 2 นาทีกว่า ตีเป็น 3 เลยแล้วกัน เท่ากับ หนึ่งชั่วโมงมีโอกาสขาย 60/3 20 ครั้ง/ชั่วโมง

อ่ะทีนี้คิดแบบสามัญชน วันนึงขาย 8 ชม. พอ 8×20=160 นั่นคือ โอกาสขายมี 160 ครั้ง ถ้าแต่ละครั้งขายได้ 2 พวง เท่ากับวันนึง 320 พวง เป็นจำวนเงิน 320×20 = 6,400 บาท เห็นยอดผมตกใจเลย นี่ก็คิดขำๆนะ และเป็นการคิดแค่ฝั่งนึงของสี่แยก หากทั้งสี่แยก เป็นคนกลุ่มเดียวกัน ลองคิดดูยอดขาย ก็ไม่ธรรมดาเหมือนกัน เพราะคิดว่าต้นทุนคงไม่เยอะสำหรับพวงมาลัย …อย่างนึงที่ผมคิดเสมอคือ การหาเงินนั้นได้น้อยหรือได้มาก อย่าดูถูกค่าของเงินครับ บางคนบอกกำไรน้อย ไม่อยากทำ ไม่อยากขาย อะไรที่เป็นเงินที่หามาได้ด้วยตัวเองยังไงมันก็มีค่าครับ

Index หน้าหลักหน้าเดียวยังไม่พอ

Index หน้าหลักหน้าเดียวยังไม่พอ

Index หน้าหลักหน้าเดียวยังไม่พอ

วันนี้มีอารมณ์เขียนล่ะ สักเรื่องแล้วกัน บิ้วมาตั้งแต่เมื่อวานแล้ว วันนี้พูดถึง SEO ในอีกมุมนึง ซึ่งได้มาจากการลองมั่วๆเอา ฮ่าๆๆๆ แต่เชื่อเถอะคนที่ทำ SEO เองส่วนใหญ่ก็หาวิธีเอาเองเกือบทั้งสิ้น วิทยายุทธแต่ละสำนักย่อมไม่เหมือนกัน แต่เป้าหมายเดียวกันคือการทำอันดับ

หากตอนนี้เว็บใครติดอันดับแล้วก็ยินดีด้วย เว็บไหนยังไม่ติดก็ต้องทำกันต่อไป เรื่องจะที่พูดถึงนี่จะเกี่ยวกับเว็บไซต์ที่ติดอันดับแล้ว เมื่อหน้าแรกของคุณติดแล้วนั้น คุณควรหา Keyword เพิ่มเติมและทำอันดับหน้าของเว็บไซต์คุณเพิ่มครับ แน่นอนว่าบางทีหน้าแรกของคุณเจ๋ง เมื่อเทียบกับคู่แข่งใน Keyword เดียวกัน หากคุณทำอันดับหน้าอื่นด้วยและผสม Keyword อื่นที่เกี่ยวข้องกับตัวเว็บไซต์คุณ มันจะช่วยดึงหน้าอื่นขึ้นมา และโอกาสการค้นเจอก็เพิ่มสูงขึ้นครับ

ยกตัวอย่างเว็บขายของแล้วกัน มีเพื่อนๆของผมทำ Keyword สินค้าตัวนึง ซึ่งเป็นชื่อ common หน่อย คือชื่อกลางๆ ง่ายต่อการค้นเจอ แต่คู่แข่งนั้นทำ Keyword คล้ายกันแต่เพิ่มรหัสรุ่นเข้าไป ทำให้ได้เปรียบกว่า เพราะค้นชื่อธรรดาก็เจอ ค้นชื่อรุ่นก็เจอครับ และวิ่งตรงเข้าไปหน้าของรุ่นนั้นเลย สร้าง Traffic เพิ่มขึ้นอีก และนั่นแหละครับคือโอกาส! ดังนั้นอย่าเผลอครับ หากคู่แข่งบี้หนักๆ ปั่นหนักๆแค่ Index แค่หน้าหลักหน้าเดียวยังไม่พอ จริงๆครับ